เห็ดหลินจือ ยาสมุนไพรจีน

2013-07-06 16:40:47
เห็ดหลินจือ ยาสมุนไพรจีน

เห็ดหลินจือ (อังกฤษ: Lingzhi) เป็นยาจีน (Chinese traditional medicine) ที่ใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้เป็นต้นมา เห็ดหลินจือเป็นของหายากมีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน และได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ “เสินหนงเปินเฉ่า” ซึ่งเป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนมีคนนับถือมากที่สุด ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) มีพลังมหัศจรรย์ บำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะในการยืดอายุออกไปให้ยืนยาว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง ชาวจีนโบราณต่างยกย่องเห็ดหลินจืออย่างเหนือชั้น ว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน นอกจากจะมีสรรพคุณเหนือชั้นกว่าแล้วยังปลอดภัยไม่มีพิษใด ๆ ต่อร่างกาย

สรรพคุณของเห็ดหลินจือ
ในสมัยโบราณ กล่าวกันว่า เห็ดหลินจือทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น ใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีกำลัง ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจนดีขึ้น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชะลอความแก่ ส่วนสรรพคุณอื่นๆที่ได้รวบรวมไว้ได้แก่ รักษาและต้านมะเร็ง รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ ปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ ภาวะมีบุตรยาก การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โรคภูมิแพ้ โรคประสาท ลมบ้าหมู เส้นเลือดอุดตันในสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์ โรคเอสแอลอี เส้นเลือดหัวใจตีบ ตับแข็ง ตับอักเสบ ปวดประจำเดือน ริดสีดวงทวาร อาหารเป็นพิษ แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ บำรุงสายตา และความเชื่อดังกล่าว ยังคงสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ได้ถูกบันทึกไว้ว่า มีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมาก กว่า 100 สายพันธุ์ และสำหรับสายพันธุ์ที่นิยมมีสรรพคุณทางยาดีที่สุดคือ กาโนเดอร์ม่า ลูซิดั่ม (Ganoderma lucidum) หรือสายพันธุ์สีแดง

เห็ดหลินจือมีสารโพลีแซคคาไรด์ ซึ่งเป็นสารยับยั้งอาการต่างๆ ข้างต้น เห็ดหลินจือในแต่ละชนิดจะมีปริมาณสารโพลีแซคคาไรด์ในปริมาณที่แตกต่างกัน แต่สายพันธุ์ที่มีสารโพลีแซคคาไรด์มากที่สุด คือ เห็ดหลินจือสีแดง ซึ่งมีงานวิจัยต่างๆ พบว่ามีสารโพลีแซคคาไรด์มากที่สุดในบรรดาเห็ดหลินจือทั้งหมด

ปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมออกมาจำหน่ายกันเป็นจำนวนมาก การเลือกผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมควรศึกษาตั้งแต่วิธีการเพาะปลูก ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญ เพราะการจะได้เห็ดหลินจือที่มีคุณภาพที่ดีนั้น จะต้องได้รับการเพาะเลี้ยงในสภาวะที่เหมาะสม ทั้งในเรื่องความชื้น แสงสว่าง และสารอาหารที่ได้รับ ส่วนขั้นตอนการแปรรูป ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะถือเป็นกระบวนการที่จะสกัดสารโพลีแซคคาไรด์จากตัวเห็ดเองออกมาให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้การบรรจุภัณฑ์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องให้ความสนใจไม่แพ้กัน ควรเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถกันความชื้นได้ดี เพราะว่าความชื้นจะทำให้ขึ้นราได้ เนื่องจากเห็ดหลินจือค่อนข้างไวต่อความชื้น

จากการวิจัยสารสกัดจากเห็ดหลินจือ โดยสถาบันวิจัยโครงสร้างสารแห่งชาติประเทศจีนที่มลฑลฟูโจว พบว่ามีโปรตีนที่จัดว่าเป็นโปรตีนชนิดสมบูรณ์ ได้มาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การอาหารและการเกษตร ( FAO ) และองค์การอนามัยโลก(WHO) แห่งสหประชาชาติ พบว่าเป็นโปรตีนชนิดสมบูรณ์ เช่น ไอโซลิวซีน ลิวซีน ไลซีน เมไธโอนีน ฟีนิลอะลานีน ทรีโอนีน ทริปโตแฟน และวาลี รวมถึง ฮีสพีดีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดที่จำเป็นในเด็ก

สำหรับส่วนประกอบของเกลือแร่ พบว่าเห็ดหลินจือมีเกลือแร่อยู่หลายชนิด ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม โปแตสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี ทองแดง เหล็ก นิเกิล โคบอลท์ โครเมียม โมลิบดีนัม ลิเทียม เยอร์มาเนี่ยม ซีเรเนียม สตรอนเตียม ติตาเนียม โบรอน อยู่ในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ในส่วนขององค์ประกอบที่เป็นวิตามินก็มีนักวิทยาศาสตร์ทั้งจีนและญี่ปุ่นทำการวิจัยพบว่ามีวิตามินบี1 บี2 บี6 วิตามินดี โคลีน ไนอาซีนและอินโนซิทอล เป็นต้น

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า เห็ดหลินจือนอกจากจะมีสารสำคัญทางเภสัชที่แสดงฤทธิ์เป็นยา แต่ภายในเห็ดหลินจือยังมีสารสำคัญที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่แตกต่างไปจากผลิตภัณฑ์พวกวิตามินรวม หรือผลิตภัณฑ์พวกอาหารเสริมที่มีวางจำหน่ายอยู่ทั่วไป ตรงจุดนี้ทำให้เห็ดหลินจือได้รับการยอมรับจาก นักวิจัยทั่วโลกว่าเป็นสมุนไพรที่ให้ประโยชน์มีประสิทธิภาพที่สุด

เห็ดหลินจือ มีส่วนประกอบของกรดอะมิโน เอสิด ถึง 18 ชนิด และอีก 8 ชนิด ซึ่งจำเป็นมากต่อร่างกาย และจำนวนน้ำย่อยที่มีน้ำตาลจำนวนมากช่วยต่อสู้เนื้องอก นอกจากนี้ยังมีพลังวิเศษที่ช่วยในการหายของแผลโดยไมมีผลข้างเคียง และสามารถช่วยให้สายตาคมชัด ป้องกันตับ และ ไต เพิ่มความแข็งแรงของเอ็นข้อกระดูก ช่วยระบบความจำดีขึ้น ตลอดจนความเฉลียดฉลาดและการพัฒนาเชิงซ้อน เห็ดหลินจือยังมีส่วนสำคัญของแร่ธาติ ไวตามิน เอ็นไซม์ กรดอะมิโน เอซิด น้ำย่อย การวิเคราะห์ทางชีวภาพ ส่วนประกอบของสารละลายที่สำคัญที่สุดเป็นที่รู้กันคือ Germanium organic germanium (เป็นโรคชนิดหนึ่งที่ทำให้อวัยวะเปลี่ยนแปลง) ในร่างกายมนุษย์ ช่วยเพิ่มออกซิเจนในการหล่อเลี้ยงการจัดวางเซลล์ของเมล็ดเลือดแดง เพื่อให้หมุนเวียนผ่านเข้าไปใช้ในระบบของร่างกาย ช่วยเพิ่มขบวนการเผาผลาญอาหารของร่างกายมนุษย์ด้วย


ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
รวมเป็นเงิน บาท
LivitaNutric
จัดส่งสินค้าแบบ EMS
ฟรี !! ทั่วประเทศ..
ราคา 0 บาท
เสริมอาหาร LivitaNutric
Copyright © 2013 Livitanutrics , All Right Reserved