แสงแดด ตัวการทำร้ายผิวสวย

2015-10-31 15:19:06
แสงแดด ตัวการทำร้ายผิวสวย

แสงแดดไม่ว่าฤดูไหนๆ ก็เป็นอันตรายต่อผิวสวยๆ ได้ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะแสงแดดในช่วงฤดูร้อนยิ่งทำให้แสบผิวเหลือเกิน แถมยังเป็นภัยร้ายที่มีผลต่อความงามโดยเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงไปได้ตลอด แต่เราสามารถป้องกันมันได้ค่ะสาวๆ มาดูอันตรายที่เกิดจากแสงแดดและวิธีป้องกันภัยร้ายนี้กันค่ะ

อันตรายจากแสงแดด
รังสียูวีเอและยูวีบีจากแสงแดดสามารถทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังของสาวๆ ได้ค่ะ โดยทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น เป็นสาเหตุของการเกิดรูขุมขนกว้าง การเกิดริ้วรอยต่างๆ ตามมาก่อนวัยอันควร ทั้งริ้วรอยเส้นบางและเส้นลึก ฝ้า กระ สาวๆ ที่มีอาการแพ้แดดอย่างรุนแรงอาจเกิดอาการผดผื่น ผิวลอก สิวเห่อ ผิวแห้งคล้ำเสีย ผิวดูไม่สม่ำเสมอและหยาบกร้าน ภัยร้ายที่สุดของรังสียูวีจากแสงแดดเป็นเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ค่ะ ซึ่งสาวๆ หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่าจะอันตรายขนาดนี้ และเจ้าแสงแดดนี่แหละที่เป็นตัวการทำให้เกิดฝ้าบนใบหน้าสาวๆ
 

สาเหตุของการเกิดฝ้า

      ฝ้า เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน มีผลทำให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสีในชั้นผิวหนัง ปัจจัยเหล่านี้อาจได้แก่

1. แสงแดด เชื่อว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด แสงอัลตราไวโอเลตทั้ง เอ และ รวมทั้งแสงvisible light เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้า หรือ ทำให้เป็นฝ้าได้มากขึ้น แสงอุลตราไวโอเลต จะมีมากในช่วงเวลา 10.00-14.00 น. แสงแดดในช่วงนี้มีผลทำให้ ผิวหนังเกิดการไหม้เกรียม และเกิดฝ้าได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดในช่วงเวลา ดังกล่าว

2. ฮอร์โมน ด้วยอิทธิพลของ ฮอร์โมน จะทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย (เช่น การตั้งครรภ์, วัยหมดประจำเดือน) หรือได้รับ ฮอร์โมน จากภายนอกร่างกาย (เช่น รับประทานยาคุมกำเนิด, การใช้ เครื่องสำอาง บางชนิดที่มี ฮอร์โมน ผสมอยู่) จึงมักพบผู้ที่เป็นฝ้า ขณะตั้งครรภ์ หรือ รับประทานยาคุมกำเนิดได้บ่อย

3. ยา พบว่าผู้ที่รับประทานยากันชักบางชนิด มักเกิดผื่นดำคล้ายรอยฝ้าที่บริเวณใบหน้า จึงเชื่อว่ายานี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดฝ้า

4. เครื่องสำอาง การแพ้ส่วนผสมในเครื่องสำอางอาจทำให้เกิดรอยดำแบบฝ้าได้ ส่วนผสมเหล่านี้อาจเป็นพวกสารให้กลิ่นหอม หรือ สี

5. พันธุกรรม เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีรายงานว่าเป็นในครอบครัวได้ถึง ร้อยละ 30-50

6. ภาวะทุพโภชนาการ อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากพบผื่นแบบฝ้า ในผู้ที่มีหน้าที่การทำงานของตับผิดปกติ และ ผู้ที่ขาดวิตามินบี12

 

 ชนิดของ ฝ้า

          ฝ้า แบ่งได้เป็น ๒ ชนิด ตามความลึกของการเกิดฝ้า คือ ฝ้าแบบตื้น และ ฝ้าแบบลึก

1. ฝ้าแบบตื้น จะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) มักมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลขอบชัด เกิดได้ง่าย และสามารถรักษาให้หายได้เร็ว นอกจากนี้ฝ้าชนิดนี้ยังรักษาโดยการใช้ยาทาฝ้าอ่อนๆ และ ครีมกันแดด ก็สามารถลบเลือนให้หายได้

2.  ฝ้าแบบลึก จะมีอาการผิดปกติ อยู่ในชั้นที่ลึกกว่าชนิดแรก โดยจะเกิดฝ้าในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า จะเกิดความผิดปกติในระดับชั้นผิวหนังแท้ มีลักษณะเป็นสีม่วงๆ อมน้ำเงิน ขอบเขตไม่ชัด รักษาได้ยากกว่าฝ้าชนิดตื้น และไม่ค่อยหายขาด การใช้ยาทาฝ้าอ่อนๆ และ ครีมกันแดด เพียงแต่ช่วยให้ดีขึ้นเท่านั้น  บางคนก็เป็นฝ้าชนิดใดชนิดหนึ่ง หรืออาจจะเป็นทั้ง ๒ ชนิดพร้อมกันก็ได้

 

การป้องกันและรักษาฝ้า

เมื่อทราบถึงสาเหตุการเกิดฝ้าแล้ว เราควรหลีกเลี่ยง สิ่งที่จะก่อให้เกิดฝ้าดังนี้

1. ควรหลีกเลี่ยงจากแสงแดด ความร้อน โดยใช้สิ่งกำบังหรือป้องกัน เช่น ร่ม หมวก ผ้า คลุมหน้า เป็นต้น กรณีสงสัยว่ายาคุมกำเนิดที่

รับประทานอยู่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

2. ไม่ควรใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้ ผ่องใส ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย ไม่เครียดหรือ วิตกกังวล เพราะอาจเกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนได้

3. ควรทดสอบเครื่องสำอางก่อนใช้เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกิดอาการแพ้เมื่อใช้เครื่องสำอางนั้นสำหรับการรักษาฝ้า ถ้ามีฝ้าขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากถูกแสงแดด ควรระวังและหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกแสงแดดซ้ำอีก จะช่วยให้ฝ้าจางหายไปได้ ในกรณีที่เป็นมากไม่ควรใช้ยาหรือเครื่องสำอางด้วยตนเองควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ถ้าเป็นไม่มาก อาจใช้เครื่องสำอางสำหรับฝ้าได้แต่จะ ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและต้องใช้ให้ถูกวิธี

 


ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
รวมเป็นเงิน บาท
LivitaNutric
จัดส่งสินค้าแบบ EMS
ฟรี !! ทั่วประเทศ..
ราคา 0 บาท
เสริมอาหาร LivitaNutric
Copyright © 2013 Livitanutrics , All Right Reserved